กติกาบาคาร่าสำหรับมือใหม่ เล่นอย่างไร? ทำความเข้าใจได้ในบทความเดียว

บาคาร่า (Baccarat) เป็นเกมไพ่ที่พบได้ทั่วไปในคาสิโน หลายคนที่เห็นโต๊ะบาคาร่าเป็นครั้งแรกอาจรู้สึกว่าเกมนี้มีกติกาซับซ้อน เพราะมีทั้งฝั่ง Player, Banker และ Tie รวมถึงกฎการจั่วไพ่ใบที่ 3 แต่ในความเป็นจริง หลักพื้นฐานของบาคาร่าเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะผู้เล่นไม่ได้เป็นคนตัดสินใจว่าจะจั่วไพ่หรือหยุดไพ่เอง ระบบจะดำเนินการตามกติกาของเกมโดยอัตโนมัติ

กติกาบาคาร่า, บาคาร่า

บทความนี้จะพาไปรู้จักกติกาบาคาร่าตั้งแต่พื้นฐาน เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการทำความเข้าใจว่าเกมดำเนินอย่างไร นับแต้มแบบไหน และคำศัพท์ต่าง ๆ บนโต๊ะหมายถึงอะไร

บาคาร่า คืออะไร?

บาคาร่าเป็นเกมไพ่ที่เปรียบเทียบคะแนนระหว่างไพ่ 2 ฝั่ง ได้แก่

Player (ผู้เล่น)
และ
Banker (เจ้ามือ)

ชื่อ Player และ Banker เป็นเพียงชื่อเรียกของสองฝั่งบนโต๊ะ ไม่ได้หมายความว่าคนที่เล่นจะต้องรับบทเป็น Player หรือเป็นเจ้ามือจริง ๆ

เป้าหมายของแต่ละรอบคือดูว่าไพ่ฝั่งใดมีคะแนน ใกล้เคียง 9 แต้มมากที่สุด

นอกจาก Player และ Banker แล้ว ยังมีผลลัพธ์อีกแบบหนึ่งคือ Tie ซึ่งหมายถึงทั้งสองฝั่งมีคะแนนเท่ากัน

บาคาร่าใช้ไพ่แบบไหน?

บาคาร่าใช้ไพ่มาตรฐาน 52 ใบ โดยคาสิโนมักนำไพ่หลายสำรับมาใช้ร่วมกันใน Shoe หรือกล่องสำหรับแจกไพ่

สิ่งสำคัญสำหรับมือใหม่ไม่ใช่การจำจำนวนสำรับ แต่คือการทำความเข้าใจ วิธีนับคะแนนของไพ่

วิธีนับแต้มบาคาร่า

การนับแต้มบาคาร่าแตกต่างจากเกมไพ่หลายประเภท โดยแบ่งง่าย ๆ ดังนี้

ตัวอย่างเช่น หากได้ไพ่ 4 กับ 3 คะแนนรวมจะเท่ากับ 7 แต้ม

แต่จุดสำคัญคือ บาคาร่าใช้เฉพาะ เลขหลักหน่วยของผลรวม

ตัวอย่าง:

ไพ่ 7 + 8 = 15
คะแนนบาคาร่า = 5 แต้ม

ไพ่ 6 + 6 = 12
คะแนนบาคาร่า = 2 แต้ม

ไพ่ 9 + 7 = 16
คะแนนบาคาร่า = 6 แต้ม

ดังนั้นคะแนนสูงสุดของบาคาร่า คือ 9 แต้ม

Player, Banker และ Tie คืออะไร?

ก่อนเริ่มรอบบาคาร่า จะมีผลลัพธ์หลักที่เห็นบนโต๊ะอยู่ 3 แบบ

Player

หมายถึงฝั่ง Player มีคะแนนใกล้ 9 มากกว่าฝั่ง Banker

ตัวอย่าง:

Player = 8 แต้ม
Banker = 5 แต้ม

ผลของรอบนี้คือ Player

Banker

หมายถึงฝั่ง Banker มีคะแนนใกล้ 9 มากกว่าฝั่ง Player

ตัวอย่าง:

Player = 4 แต้ม
Banker = 7 แต้ม

ผลของรอบนี้คือ Banker

Tie

Tie หมายถึงเสมอ เมื่อ Player และ Banker มีคะแนนเท่ากัน

ตัวอย่าง:

Player = 6 แต้ม
Banker = 6 แต้ม

ผลของรอบคือ Tie

บาคาร่าเริ่มแจกไพ่อย่างไร?

เมื่อเริ่มเกม Dealer จะแจกไพ่ให้ Player และ Banker ฝั่งละ 2 ใบ

จากนั้นจึงนำคะแนนของไพ่ทั้งสองใบมารวมกัน

สมมติว่า

Player ได้ 4 + 4 = 8 แต้ม

Banker ได้ 3 + 2 = 5 แต้ม

ในกรณีที่ไม่มีการจั่วไพ่เพิ่มเติม Player จะเป็นฝ่ายชนะ เพราะ 8 อยู่ใกล้ 9 มากกว่า 5

แต่บางรอบอาจมีการแจก ไพ่ใบที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้มือใหม่หลายคนสับสน

ไพ่ใบที่ 3 จั่วอย่างไร?

สิ่งที่ควรรู้ก่อนคือ ผู้เล่นไม่ได้เป็นคนเลือกเองว่าจะจั่วหรือไม่จั่ว

บาคาร่าใช้กฎตายตัวในการกำหนดว่า Player หรือ Banker ต้องได้รับไพ่ใบที่ 3 หรือไม่

ฝั่ง Player จะพิจารณาจากคะแนนของไพ่สองใบแรกก่อน หากคะแนนอยู่ในช่วงที่กฎกำหนด ระบบจึงแจกไพ่ใบที่ 3

ส่วนกฎของ Banker จะละเอียดกว่า เพราะนอกจากคะแนนของ Banker แล้ว ในบางกรณียังขึ้นอยู่กับว่า Player จั่วไพ่ใบที่ 3 หรือไม่ และไพ่ใบนั้นมีค่าเท่าใด

ดังนั้นในการเล่นจริง Dealer หรือระบบบาคาร่าออนไลน์จะจัดการส่วนนี้ให้ทั้งหมด มือใหม่ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจเรื่องการจั่วไพ่เอง

Natural 8 และ Natural 9 คืออะไร?

อีกคำหนึ่งที่พบได้บ่อยคือ Natural

ถ้าไพ่ 2 ใบแรกของ Player หรือ Banker รวมกันได้ 8 หรือ 9 แต้ม จะเรียกว่า Natural

เช่น

Player ได้ 4 + 5 = 9

ถือเป็น Natural 9

หรือ

Banker ได้ 6 + 2 = 8

ถือเป็น Natural 8

เมื่อเกิด Natural ตามกติกา การดำเนินเกมจะพิจารณาผลจากไพ่สองใบแรกโดยไม่เข้าสู่ขั้นตอนการจั่วไพ่แบบปกติ

ตัวอย่างบาคาร่า 1 รอบ

ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ

Player

ไพ่ใบแรก = 5
ไพ่ใบที่สอง = 2

รวม = 7 แต้ม

Banker

ไพ่ใบแรก = 9
ไพ่ใบที่สอง = 7

9 + 7 = 16

บาคาร่าใช้เลขหลักหน่วย ดังนั้น Banker มี 6 แต้ม

ผลสุดท้ายคือ

Player = 7
Banker = 6

ดังนั้นรอบนี้ Player ชนะ

ทำไมไพ่ 10, J, Q และ K ถึงเป็น 0?

นี่เป็นอีกเรื่องที่มือใหม่มักจำสับสน

ในบาคาร่า ไพ่ 10 และไพ่หน้า ได้แก่ J, Q และ K มีค่าเป็น 0 ทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น

K + 7 = 7 แต้ม

Q + 4 = 4 แต้ม

10 + 9 = 9 แต้ม

หรือถ้าได้

K + Q = 0 แต้ม

เพราะไพ่ทั้งสองใบมีค่าเป็นศูนย์

ไพ่ดอกต่างกันมีผลหรือไม่?

โดยกติกาบาคาร่าทั่วไป ดอกไพ่ไม่มีผลต่อคะแนน

โพดำ โพแดง ข้าวหลามตัด และดอกจิก มีค่าเท่ากันเมื่อคำนวณคะแนน

ดังนั้น 8 โพดำ กับ 8 โพแดง ต่างก็มีค่า 8 แต้มเหมือนกัน

คำศัพท์บาคาร่าเบื้องต้นที่ควรรู้

Player — ฝั่งผู้เล่น

Banker — ฝั่งเจ้ามือ

Tie — ผลเสมอ

Natural — ไพ่สองใบแรกมีคะแนน 8 หรือ 9 ตามเงื่อนไขของเกม

Third Card — ไพ่ใบที่ 3

Dealer — ผู้ดำเนินเกมและแจกไพ่

Shoe — อุปกรณ์ที่ใช้บรรจุไพ่หลายสำรับสำหรับแจกไพ่

Roadmap — ตารางแสดงประวัติผลของรอบก่อนหน้า ซึ่งพบได้บ่อยบนโต๊ะบาคาร่าออนไลน์

Roadmap มีผลต่อกติกาหรือไม่?

Roadmap ไม่ได้เปลี่ยนกติกาของบาคาร่า แต่เป็นการนำผลการแข่งขันในรอบที่ผ่านมา เช่น Player, Banker หรือ Tie มาแสดงในรูปแบบตาราง

จุดที่มือใหม่ควรแยกให้ออกคือ Roadmap เป็นข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่กฎที่กำหนดว่ารอบต่อไปจะต้องออกอะไร

แต่ละรอบยังคงดำเนินไปตามการแจกไพ่และกติกาของบาคาร่า

สรุปกติกาบาคาร่าแบบง่ายที่สุด

ถ้าต้องการจำบาคาร่าให้เข้าใจในเวลาไม่นาน ให้จำหลักสำคัญเพียงไม่กี่ข้อ

1. มีสองฝั่งหลักคือ Player และ Banker

2. เป้าหมายคือดูว่าฝั่งใดมีคะแนนใกล้ 9 มากกว่า

3. A เท่ากับ 1 ส่วนไพ่ 2–9 นับตามหน้าไพ่

4. ไพ่ 10, J, Q และ K เท่ากับ 0

5. ถ้าคะแนนรวมเกิน 9 ให้ใช้เฉพาะเลขหลักหน่วย

เช่น 17 = 7 แต้ม และ 14 = 4 แต้ม

6. หาก Player และ Banker มีคะแนนเท่ากัน ผลคือ Tie

7. การจั่วไพ่ใบที่ 3 เป็นไปตามกติกาของบาคาร่า ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นเลือกเอง

เมื่อเข้าใจหลักเหล่านี้แล้ว การดูบาคาร่าแต่ละรอบจะง่ายขึ้นมาก เพราะแก่นของเกมไม่ได้อยู่ที่การถือไพ่หรือเลือกว่าจะจั่วแบบเกมไพ่อื่น แต่เป็นการเปรียบเทียบคะแนนของ Player และ Banker ภายใต้กติกาการแจกไพ่ที่กำหนดไว้

สำหรับมือใหม่ การเริ่มจากทำความเข้าใจ การนับแต้ม Player / Banker / Tie และ Natural 8–9 ก่อน จะช่วยให้เข้าใจกระบวนการของเกมได้ง่ายที่สุด ส่วนรายละเอียดอย่างกฎไพ่ใบที่ 3 สามารถศึกษาเพิ่มเติมภายหลังได้เมื่อคุ้นเคยกับพื้นฐานแล้ว

ทดลองเล่นบาคาร่า >> https://usunz.com/

แหล่งข้อมูล : https://www.xn--72cba4ewbhx4gva6i8co.com/

เข้าสู่ระบบสมัคร